แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วินโดเสีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วินโดเสีย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

Windows 7 Black Screen

Windows 7 Black Screen แก้ปัญหาอาการจอมืดของวินโดว์ 7



จอดำ

          ผู้ ใช้คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2 อาจจะประสบกับปัญหาเกิดจอดำ (Black screen) หลังจากสกรีนเซฟเวอร์ทำงาน โดยไมโครซอฟท์ได้ออกมายืนยันปัญหาดังกล่าวนี้แล้วพร้อมชี้แจงรายละเอียดว่า ปัญหานี้จะเกิดขึ้นในกรณีมีเงื่อนไขดังนี้
กรณีที่ 1
- บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2 และเปิดใช้งานสกรีนเซฟเวอร์
- เปิดใช้งานอ็อปชัน On resume, display logon screen ของสกรีนเซฟเวอร์
- มีการตั้งเวลาอ็อปชัน Turn off the display และ Put the computer to sleep ของ Power Options เท่ากัน และเวลาที่ตั้งนั้นนานกว่าเวลาที่ตั้งให้สกรีนเซฟเวอร์ทำงาน
- เมื่อผ่านค่าเวลาสำหรับ Turn off the display ทำให้จอภาพปิดตัวเองโดยอัตโนมัติ
กรณีที่ 2
- บนเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่ใช้ Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2 และเปิดใช้งานสกรีนเซฟเวอร์
- มีการเปิดใช้งานอ็อปชัน On resume, display logon screen ของสกรีนเซฟเวอร์
- หลังจากสกรีนเซฟเวอร์ทำงานผู้ใช้ทำการปิดหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา
ใน ทั้ง 2 กรณีคอมพิวเตอร์จะยังคงรันอยู่ แต่จะไม่สามารถทำการเปิดหน้าจอโดยใช้คีย์บอร์ดได้ และอาจจะไม่สามารถเปิดหน้าจอได้จนกว่าจะทำการบังคับรีสตาร์ทเครื่อง คอมพิวเตอร์
หมายเหตุ: เมื่อ ทำการตั้งเวลาอ็อปชัน Turn off the display น้อยกว่า 10 นาที ค่า Turn off the display option automatically จะเปลี่ยนเป็นค่าที่ทำให้คอมพิวเตอร์สลีป (Sleep)
สาเหตุ: 
ปัญหาดังกล่าวนี้เกิดจากการทำงานที่ไม่สัมพันธ์กันระหว่างเธรดของ CSRSS และของ WinLogon
วิธีการแก้ไข:
ไมโครซอฟท์ ออกฮอตฟิกซ์เพื่อให้ผู้ใช้ Windows 7 หรือ Windows Server 2008 R2 ที่ประสบปัญหาตามที่อธิบายด้านบนใช้แก้ปัญหาแล้ว โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ Hotfix (KB976427)อย่าง ไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ได้แนะนำให้ผู้ใช้ทำการติดตั้งฮ็อตฟิกซ์ตัวนี้เฉพาะบนเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่มีปัญหาตามที่อธิบายด้านบนเท่านั้น เนื่องจากฮ็อตฟิกซ์นี้ยังต้องทดสอบการทำงานเพิ่มเติมและจะรวมอยู่ในเซอร์วิ สแพ็ค (Service Pack) ที่จะออกในอนาคต
แต่การแก้ไขปัญหาจะไม่สามารถทำได้เลย หาก Computer ไม่สามารถเข้าใช้งานวินโดว์ได้ เพราะฉะนั้นการแก้ไขต้องใช้วิธีการดังต่อไปนี้ครับ
หากยังเปิดหน้าต่าง Windows Task Manager ได้ตามปกติ
  1. ให้ทำการรีสตาร์ทเครื่อง
  2. ล๊อคอินเข้าใช้งานวินโดว์ รอให้ขึ้นหน้าจอ Black screen
  3. ตรวจเช็คให้แน่ใจว่าได้ทำการต่ออินเตอร์เน็ตอยู่
  4. กด Ctrl-Alt-Del
  5. เลือกที่ Stat Task Manager
  6. คลิกที่แท็ป Applications
  7. เลือก New Task
  8. พิมพ์ ” C:\program Files\internet Explorer\iexplore.exe” และเข้าไปดาวน์โหลดตัวแก้ไขที่ http://info.prevx.com/download.asp?GRAB=BLACKSCREENFIX
  9. โหลดโปรแกรมฟิก Black Screen แล้วทำการรันโปรแกรมฟิกได้เลย
  10. หลังจากรันโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยให้ทำการรีสตาร์ทเครื่อง ก็จะสามารถเข้าใช้งาน วินโดว์ ได้ปกติ
แต่ถ้าเครื่องติดไวรัส และไม่สามารถเปิดหน้าต่าง Task Manager ได้ละ ??
  1. ให้ทำการรีสตาร์ทเครื่อง
  2. กด F8 เพื่อเข้าหน้าต่าง Windows Advanced Option Menu
  3. เลือก Safe Mode With Command Prompt
  4. ที่หน้าต่าง Command พิมพ์ explore.exe
  5. จะสามารถเข้าใช้งานหน้าต่าง Explore ได้ หลังจากนั้นก็ทำการกำจัดไวรัสที่บล๊อคไม่ให้เข้าใช้งานในส่วนของ Task Manager  Download ที่นี่
  6. แก้ไวรัสเสร็จแล้วต่อจากนี้ก็สามารถใช้วิธีการแบบแรกได้เลยครับ
หมายเหตุ อีกวิธีหนึ่งที่สามารถแก้ไขได้คือการอัพเดท  Windows 7 Service Pack 1 จะสามารถแก้ไข Windows 7 Black Screen  ได้เช่นกัน

10 สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดปัญหากับ Windows

10 สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดปัญหากับ Windows
ใครที่ใช้ Windows แล้วไม่เคยเกิดปัญหาบ้างยกมือขึ้น?? เชื่อว่าคงไม่มีใครยกมือเป็นแน่ เพราะเป็นที่ทราบกันดีทั่วโลกอยู่แล้วว่า Windows นั้นมักจะมีปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับผู้ใช้ได้อยู่เสมอๆ ดังนั้น วันนี้เราจึงขอนำเสนอ 10 สิ่งที่คุณควรจะทำในเบื้องต้น เพื่อช่วยแก้ปัญหาของ Windows ได้ ซึ่งถ้าปัญหาที่คุณประสบไม่ร้ายแรงนัก คุณก็จะสามารถผ่านพ้นมันไปได้ด้วยวิธีที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ แต่ถ้าหากคุณทำจนครบทั้ง 10 วิธีแล้ว ยังไม่ได้ผล คงจะต้องหาผู้รู้มาช่วยแก้ปัญหา หรืออาจจะต้องยกเครื่องไปให้ช่างช่วยดูให้แล้วล่ะครับ

1. ปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่

หนี่งในวิธีแก้ ปัญหาที่ง่ายและมักจะได้ผลเสมอ คือการ Restart เครื่อง หรือเปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ เพราะระบบปฏิบัติการ Windows เมื่อทำงานได้สักระยะหนึ่งมันอาจจะสับสนอะไรบ้างอย่างในตัวของมันเอง ทำให้มันแสดงพฤติกรรมแปลกที่ทำให้ผู้ใช้งานเกิดปัญหาได้

2. เปิดเข้าไปดูที่ Action Center (เฉพาะ Windows 7 เท่านั้น)

ผู้พัฒนา Windows คงทราบดีว่า Windows นั้นมีปัญหามากมายที่แก้ไขเท่าไหร่ก็ไม่จบ ดังนั้นใน Windows 7 ซึ่งเป็น Windows เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ทางผู้ัพัฒนาจึงได้คิดค้นระบบที่จะมาช่วยให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ จัดการกับปัญหาของ Windows ได้ง่ายขึ้น ระบบที่ว่านี้ก็คือ Action Center ที่มีอยู่ใน Windows 7 นั่นเอง

windows7


ในหน้าต่างของ Action Center ให้คุณลองคลิกที่ปุ่ม Troubleshooting เมื่อคลิกแล้วระบบจะทำการค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาที่คุณกำลังเจออยู่ให้ อัตโนมัติ และถ้าหากเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้อัตโนมัติระบบก็จะขึ้นข้อความแนะนำ เพื่อให้คุณทราบว่าควรจะทำอะไรต่อไป

3. ลองอัพเดต Windows ดู

ปัญหาที่คุณเจอ อาจจะเป็นปัญหาที่ไมโครซอฟต์บริษัทผู้ผลิต Windows ทราบอยู่แล้ว และได้สร้างตัวแก้ไขมาให้คุณไว้เรียบร้อยแล้ว หน้าที่ของคุณคือคุณจะต้องเอาตัวแก้ไขเหล่านั้นมาติดตั้งใน Windows ของคุณเพื่อตัดตอนปัญหาต่างๆที่คุณเจอ ระบบที่จะช่วยให้คุณอัพเดต Windows ได้อย่างง่ายๆ มีชื่อว่า Microsoft Windows Update ซึ่งในกระบวนการอัพเดตคุณจำเป็นจะต้องต่ออินเทอร์เน็ตเอาไว้ด้วย เพื่อให้ระบบอัพเดตสามารถดาวโหลดตัวแก้ไขต่างๆจากเว็บไซต์ของไมโครซอฟต์ได้

device manager


4. ลงไดรเวอร์ใหม่หนึ่ง

ในวิธีที่จัดการกับปัญหาเรื่องไดร์เวอร์และฮาร์ดแวร์ได้ชะงัก คือการติดตั้งไดรเวอร์ตัวใหม่ล่าสุด หรือถ้าไม่สามารถหาไดรเวอร์ตัวใหม่ล่าสุดได้ ก็ได้เอาไดรเวอร์ตัวเดิมนั่นแหล่ะติดตั้งกลับเข้าไปใหม่อีกครั้งนึง เพียงเท่านี้ก็จะสามารถช่วยแก้ปัญหาของคุณได้อย่างได้ผลเลยทีเดียว



วิธีการลงไดรเวอร์ตัวใหม่ คุณต้องเข้าไปที่ Device Manager ก่อน แล้วทำคลิกขวาเลือกฮาร์ดแวร์ที่คุณต้องการจะจัดการแก้ปัญหา จากนั้นก็ให้คลิกเลือก Update Driver สำหรับการติดตั้งไดรเวอร์ตัวใหม่ล่าสุด หรือคลิกเลือก Uninstall เพื่อลบไดรเวอร์ที่ค้างอยู่ในระบบแล้วค่อยเอาไดร์เวอร์ที่คุณมีติดตั้งเข้า ไปใหม่อีกครั้งหนึ่ง

5. ทำความสะอาดเครื่อง

ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นด้วย Disk Cleanupหนึ่ง ในตัวสร้างปัญหาให้กับ Windows คือการที่มีไฟล์ขยะรกเต็มเครื่องมากเิกินไป ดังนั้นการลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นทิ้งเสียบ้างจะช่วยลดและป้องกันปัญหาได้ ซึ่งใน Windows ก็มีเครื่องมือสำหรับช่วยลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออกจากเครื่องได้อย่างอัตโนมัติ เครื่องมือที่ว่าก็คือ Disk Cleanup นั่นเอง



6. ใช้โปรแกรมตรวจสอบไฟล์ระบบ 

หนึ่งในอาการที่สร้างปัญหาน่าปวดหัวใน Windows คืออาการไฟล์ระบบเสีย แต่โชคดีที่ Windows มีตัวสำหรับแก้ไขและซ่อมไฟล์ระบบมาให้ด้วย แต่โปรแกรมนี้จะต้องใช้งานในแบบ Command line เท่านั้น วิธีใช้ก็แค่เปิดหน้าต่าง Command โดยพิมพ์คำสั่ง cmd ลงในช่อง Run แล้วตามด้วยคำสั่ง "SFC /SCANNOW" (คำสั่งไม่ต้องมีเครื่องหมาย " นะครับ) สำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Vista และ Windows 7 ต้องเลือกเปิดหน้าต่าาง Command ด้วนสิทธิแบบ Administrator ก่อนนะครับถึงใช้คำสั่งนี้ได้



7. ลงโปรแกรมใหม่

ถ้าปัญหาใน Windows ของคุณเกี่ยวข้องกับโปรแกรมที่คุณติดตั้งเข้าไปล่ะก็ มีวิธีหนึ่งที่สามารถใช้แก้ไขปัญหาได้อย่างชะงัก คือการลบและติดตั้งโปรแกรมใหม่ วิธีทำก็ไม่ยากครับ แค่ Uninstall โปรแกรมออกก่อน โดยคลิก Uninstall ในเมนูของโปรแกรม หรือใช้ Add/Remove Programs ใน Control Panel ก็ได้ หลังจากลบโปรแกรมทิ้งไปแล้ว ก็ให้เริ่มติดตั้งโปรแกรมใหม่อีกครั้ง เท่านั้นปัญหาของโปรแกรมของคุณน่าจะได้รับการแก้ไขและตัวโปรแกรมก็จะกลับมา ใช้งานได้ดีดังเดิม



8. เข้าเว็บ Microsoft Fix-it

สำหรับปัญหาที่แก้ไม่ได้ง่ายๆ อย่างหน้าต่าง error ที่ขึ้นโค้ดประหลาดๆ (เช่น 0×80072EE4) คุณสามารถหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ โดยเข้าไปขอความช่วยเหลือจากไมโครซอฟต์ที่เว็บ Microsoft Fix-it (http://support.microsoft.com/gp/cp_fixit_main) ในหน้าเว็บไซต์คุณสามารถเอาโค้ด error ไปค้นหาวิธีแก้ไขได้ หรือถ้าหมดหนทางจริงๆ คุณก็ยังสามารถติดต่อกับไมโครซอฟต์เพื่อคำแนะนำได้อีกด้วย

9. ค้นหาความช่วยเหลือจาก Google

เมื่อไมโครซอฟต์เริ่มพึ่งไม่ได้ เราคงต้องหันมาพึ่งตัวเองด้วยบริการค้นหาทันใจแบบทุกซอกทุกมุมจาก Google ให้คุณลองใช้คำค้นที่สั้นและเฉพาะเจาะจงกับปัญหาที่คุณเจอ ถ้าจะให้ดีควรเลือกใช้คำค้นเป็นภาษาอังกฤษจะทำให้คุณได้ผลลัพธ์ที่มากกว่า แต่ถ้าหากคุณเป็นนักค้นหาที่ไม่ค่อยเก่งและยังไม่เก่งภาษาอังกฤษอีกด้วย เราแนะนำให้ข้ามวิธีนี้ไปเลยครับ

10. แก้ไม่ได้ จนปัญญา ให้ลองลง Windows ใหม่ดู 

วิธีสุดคลาสสิกที่แก้ไขปัญหาได้เกือบทุกอย่างคือการติดตั้ง Windows ใหม่ สำหรับวิธีนี้คุณยังมีทางให้เลือก 3 ทางคือ

1. ลง Windows แบบแก้ปัญหาตัวเดิม(หรือที่เรียกว่าลงแบบ Repair)
2. ลง Windows แบบทับตัวเดิม (หรือที่เรียกว่าลงแบบ Upgrade) ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้กับแผ่นติดตั้ง Windows บางแบบบางรุ่นเท่านั้นนะครับ ถ้าใส่แผ่น Windows เข้าไปในเครื่องของคุณในขณะใช้ Windows ตัวเดิมอยู่ แล้วตัวติดตั้งมันขึ้น Option ให้เลือกแบบ Upgrade แสดงว่าใช้วิธีนี้ได้ครับ
3. ลง Windows แบบล้างเครื่องลงใหม่ วิธีนี้ค่อนข้างจะโหดร้าย ยุ่งยาก และอาจทำให้ข้อมูลในเครื่องของคุณหายได้(ถ้าคุณไม่ได้สำรองข้อมูลเอาไว้ก่อน ) แต่ก็จัดเป็นวิธีที่ได้ผลเป็นที่สุด ใครลองวิธีไหนแล้วไม่หายให้ลองวิธีนี้ดู รับประกันผลครับว่า Windows ของคุณจะกลับมาโลดเล่นเหมือนตอนซื้อเครื่องมาใหม่แน่นอน

credit : hitech.sanook.com/computer/tactic_13405.php